
อ่านหนังสือ "ฮ่องกงกึ่งสำเร็จรูป" จบไปพักใหญ่ถึงใหญ่มาก
จริงๆ แล้วไม่ได้รู้จักหรือเป็นแฟนคลับนักเขียนหรอก (แต่แอบมารู้ทีหลังว่าเค้าดังพอดู ถ้านังหมีบัวรู้จักแสดงว่าเค้าดังจริง 555) แต่เปิดดูผ่านๆ คือคนเขียนนี่เค้าบ้าหนังเรื่อง Chungking Express มากขนาดที่ไปตามหาโลเกชั่นของหนังเรื่องนี้ถึงที่ฮ่องกง ไอ้เราก็บ้าซื้อด้วยเหตุผลแค่นี้แหละ เพราะสมัยหนึ่งนั้นเราก็บ้าหาแผ่นหนังเรื่องนี้มาดู (แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้กูโยนมันทิ้งลงถังไปซะอย่างนั้น) และครั้งหนึ่งเราเคยพยายามจองที่พักที่มาเก๊า เพราะรู้ว่ามันเคยเป็นฉากหนึ่งในหนังของเฮียหว่อง กา ไว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พัก เพราะเค้าอยู่ในช่วงปรับปรุงห้องน้ำ เฮ้อออ
ฮ่องกงนี่โอ้ยยย ถ้าไปก็ต้องไปวัด ไปชอปปิ้ง ไปกิน ไปเที่ยว และไปเล่นกับแมวเหมียวที่ดิสนีย์แลนด์ ฮ่าๆ นั่นแหละ ไอ้พวกที่ว่ามาทั้งหมดนั่นแหละที่แม่ง ตัวทำให้เสียสมาธิเลย แต่ก็เอาน่า บางทีการได้ไปต่างประเทศมันไม่ได้มาเยือนได้บ่อยๆ เหมือนไปไร่อ้อยแถวปราจีนฯ (มีป่ะ) พอถึงเวลาเราก็ต้องไขว่คว้าให้ได้ดูได้เห็นไปซะทุกอย่าง
แต่ก่อนเคยรู้สึกว่าการเที่ยวแบบระบุคอนเซ็ปต์ประมาณว่า "ทริปศิลปวัฒนธรรม" แล้วก็เฮโลสาระพาไปดูแต่งานศิลปะอะไรพวกนั้น นี่มันเป็นอะไรที่น่าหมั่นไส้ และเป็นอะไรที่คนมีเงินเค้าทำกัน แต่เอาเข้าจริง เราว่า มันเป็นทริปสำหรับคนที่เค้าชัดเจนในตัวเองเหมือนกันนะ อารมณ์ประมาณคนที่เค้าไปร้านตามสั่งแล้วตั้งใจว่าจะกินข้าวผัด ก็สั่งข้าวผัด ไม่ได้ทำตัวเป็นนังคนหลายใจตั้งใจว่าจะสั่งอย่างหนึ่ง แต่สุดท้ายไปสั่งอีกอย่างหนึ่งเหมือนตัวเรา เป็นต้น
เป็นธรรมเนียมว่าเดี๋ยวนี้พออ่านหนังสือเล่มไหนจบ ถ้าอินกับมันได้ที่ จะชอบเมลไปหานักเขียน (เสร่อได้ที่เลยกรู) นักเขียนสมัยนี่ก็น่ารัก ทำตัวใกล้ชิดประชาชน ตอบมาทันที ก็ได้ความรู้สึกประทับใจไปอีกสองขีด
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วรู้สึกว่าอยากไปฮ่องกงอีกซักรอบ เอาแบบที่ว่าวัดเวิด ห้างเหิ้ง นี่กูจะไม่ไปเหยียบเลย
(เอ วัดไม่ไปก็ได้ แต่ห้างขอวันสุดท้ายได้มั้ย ฮาาา) อยากไปเก็บตกพวกพิพิธภัณฑ์ให้มันหนำใจ อยากไปเล่นดูอาแปะ อาม่าล้งเล้งๆ ตามตลาดสด อยากไปดูเค้ารำไทเก๊กกันที่สวนสาธารณะยามเย็นอยากไปดูวิถีชีวิตและความหรูอู้ฟู้ของคนทำงานฝั่งฮ่องกง และที่สำคัญอยากท้าทายชีวิตด้วยการเอาตัวเองเข้าไปในร้านอาหารตามสั่งของเค้าดูบ้าง อยากรู้ว่าถ้าไปกินข้าวในร้านไม่มีรูปอาหารหรือภาษาอังกฤษให้นักท่องเที่ยวเลือกจิ้มนี่มันจะเป็นยังไงหว่า
แค่นี้ก็สนุกแล้วเนอะ
ป.ล. ระดับความน่าสนุกของหนังสือจะลดลงไปสามขีดถ้า
- ไม่เคยไปฮ่องกง (แต่มั่นใจว่าประชากรไทยเกิน 1 ล้านคนเคยไปฮ่องกง)
- ไม่เคยดู Chungking Express : ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง (ว้าย ผู้หญิงอะไร ฟัดท่าไหน โลกถึงตะลึง ตึงโป๊ะ)
4 ความคิดเห็น:
ว๊าววว ...เปลี่ยนหน้าตาใหม่ ไฉไลกว่าเดิม
พูดซะอยากอ่านแต่ไม่เห็นให้เครดิตนักเขียนเลย ใครเขียน? พี่จะได้ไปซื้อมั่ง
ทริปฮ่องกงของพี่เป็นการเดินตลาดสดซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าไปไหนก็ต้องไปตลาด ไม่เชื่อถามบัวได้ เพราะทริปญี่ปุ่นก็พามันไปตลาดสด มันเป็นสันดานของคนค้าขายหรือเปล่า ...อันนี้ไม่แน่ใจ
แต่..จากประสบการของพี่ การเข้าร้านอาหารของอาแปะ อาซิ๊มข้างทางที่ไม่มีเมนู และพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เราสั่งอย่าง จะได้อีกอย่าง ทั้งๆที่เดินไปจิ้มของที่เราอยากกิน และทำท่าทางประกอบสารพัด แต่อร่อย และที่มากกว่าอร่อยคือสนุก เราหัวเราะ เค้าหัวเราะ ราคาก็ไม่แำพง ....เป็นความทรงจำดีดีเลยล่ะ
เม้นท์ยาวว่ะ5555
เออนักเขียนชื่อไรไม่รู้ จำไม่ได้ รู้ว่าชื่อเต๋อ ถามนังหมีซิมันรู้จัก หรือไม่พี่ก็ search หาจากชื่อเรื่องอ่ะ
ส่วนไอ้ที่ำพูดๆมา จริงๆ ก็เจอมาหมดแล้วเหมือนกันอ่ะแหละ แ่ต่โหยหาอีก ชอบอารมณ์ in the middle of the no where and lost in translation อ่ะ มันสนุกดีเนอะ
เจอแล้วล่ะ ที่ไหนรู้ป่ะ ...se-ed ฉะเชิงเทราอ่ะ แต่ไม่ได้ซื้อ ยืนอ่านไปเรื่อยๆแล้วก็...อืมมม ซื้ออีกเล่มดีกว่า 55555
555 จริง
อ่านวันเดียวจบอ่ะ
Post a Comment