Tuesday, May 11, 2010

Glee ของเค้าดีจริงๆ นะ

ถ้าปกติแล้วชอบดูซีรีย์ แต่กำลังเบื่อแนวสืบสวนอย่าง Cold Case, Without a trace หรือซีรีย์ชิงรักหักสวาทอย่าง Gossip Girl
(ซึ่งผ่านไปแค่ 3 season แต่นางเอกของเรื่องเปลี่ยนผู้ชายไปมากกว่าสิบแล้ว) เราขอแนะนำเรื่อง Glee

สั้นๆ ง่ายๆ
คำว่า glee เป็นคำนาม=ความสุข He was full of glee at being a new father= เขาปลื้มปิติกับการเป็นพ่อครั้งแรกในชีวิต
จากความหมายนี้ เราได้ glee club ซึ่งเป็นชมรม หรือวิชา ในโรงเรียนมัธยมที่สหรัฐซึ่งเป็นพวกฝึกเชียร์โดยเน้นการร้องเพลงและการเต้น (via @andrewbiggs)

ซีรีย์เรื่อง Glee เป็นเรื่องของชมรมร้องเพลงในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่กว่าจะตั้งขึ้นมา กว่าจะรวบรวมสมาชิกแต่ละคนมาได้...ทุลักทุเลสุดๆ ไม่ว่าจะโดนสบประมาทจากคนทั้งโรงเรียน หรือจะเป็นความไม่ลงรอยกันของสมาชิกในวงกันเอง

ฟังผ่านๆ คงเหมือนซีรีย์วัยรุ่นอเมริกันธรรมดาใช่มั้ย??

แต่ความแปลกใหม่ของเรื่องนี้คือการนำเอาความเป็น Musical เข้ามาเป็นตัวชูโรงนั่นเอง เพราะฉะนั้นระหว่างที่ดูซีรีย์เรื่องนี้ไป นอกจากจะได้ดูความเป็นตลกร้ายแบบเจ็บแสบแล้ว เรายังได้ฟังเพลงเก่าๆ ประมาณยุค 80 หรือ แม้แต่เพลงฮิตจาก US Chart มา cover ใหม่สไตล์ Glee ที่เริ่ดสุดๆ

Glee กลายเป็นซีรีย์ที่ดังปรอทแตกเอามากๆ ที่อเมริกา ณ วินาทีนี้ โดยเฉพาะอัลบั้มรวมเพลงจากซีรีย์มีออกมา 2 อัลบั้มแล้ว รางวัลที่กวาดมาจากสารพัดเวที รวมไปถึงการโชว์ตัว หรือแสดงคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ ที่ชาว Glee club

เค้าไปที่ไหน ประชาชนแห่กันไปอย่างล้นหลาม ต้องบอกว่านักแสดงนำในเรื่องทุกคนร้องเอง เต้นเองนะคะ ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหนก็ร้องสดกันให้ดู ไม่มีลิปซิงค์ให้ขายหน้า

ความโด่งดังของ Glee ยังไม่สิ้นสุดแค่นี้ แฟนๆ ซีรีย์เรื่องนี้ ได้สร้างศัพท์แสลงขึ้นมาใหม่ คือคำว่า "Gleek" ซึ่งมาจากคำว่า โดยเอาคำว่า Glee ผนวกเข้ากับคำว่า Geek (คนที่ไม่ popular เวลาอยู่ในโรงเรียน แต่มีความเซียนขั้นเทพเฉพาะด้าน) และคำๆ นี้เอง ได้กลายเป็นกิจกรรมใหม่บน Social Network ในกิจกรรม "Biggest GLEEK" competition ให้แฟนๆ ได้ประกวดกันว่าใครคือสุดยอด Gleek
เดิ้นจริงๆ คิดกันได้

ซีรีย์เรื่องนี้กำลังฉายอยู่ทาง UBC ทุกคืนวันศุกร์ ตอนสามทุ่ม แต่ On Air ไปหลายตอนแล้ว ถ้าอยากดูย้อนหลังคงต้องหาแผ่นมาดูกันแล้วล่ะ


0 ความคิดเห็น: